คุณหนูบ้านนอก Vol.0
เช้าวันจันทร์ ที่ 29 ธ.ค. 2551 เวลา: น่าจะก่อนเคารพธงชาติ
เข้า ออก เข้า ออก เข้า ออก เข้า….ออก……..ลืมตา…โอ้ว จ้า! ทำไมแดดมันจ้าขนาดนี้นะที่นี่
“น้องมะม่วงมานั่งทำอะไรตรงนี้” คุณแม่เธอตะโกนถาม “นั่งสมาธิค่ะแม่ เติมพลังซะหน่อย”
“ลงไปกินข้าวได้แล้วลูก เนี่ยไม่กินข้าวเช้าสุขภาพเลยแย่ เห็นมั้ยล่ะ แม่บอกแล้ว อยู่ที่โน่นไม่กินข้าวเช้าเลยล่ะสิท่า กินแต่กาแฟแล้วผิวพรรณมันจะไปดีได้ไง #%^^&*(%” ตั้งแต่กลับมาบ้าน แม่บ่นเรื่องความทรุดโทรมของเธอไม่หยุด โดยเฉพาะความร่าเริงในแววตาว่าหายไปไหน…
จริงด้วยนะ เราไม่ได้กินข้าวเช้า (ที่เป็นข้าวจริงๆ) มานานแล้วนี่นา……
ความทรงจำวันวาน และวิญญาณของเด็กบ้านนอกของเธอค่อยๆชัดเจนขึ้น ย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนที่เธอจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร….และบางช่วงในมหานครลอนดอน และนิวยอร์ก….
เวลานี้เป็นเวลาที่เธอจะต้องกินข้าวเช้าที่แม่เธอเตรียมไว้ให้ ข้าวและกับข้าวอีก 3 อย่าง ผัก เนื้อสัตว์ และไข่ ตามด้วยโอวัลตินอีกหนึ่งแก้ว “เราเป็นคนไทยต้องกินข้าว ข้าวเช้าสำคัญที่สุด!” คำพูดนี้ของแม่ฝังอยู่ในหัว….
แปดโมงเช้าวันจันทร์แบบนี้ มะม่วงจะต้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปโรงเรียนใช้เวลาห้านาที ถึงโรงเรียนตอนเพลงชาติขึ้นพอดี รีบวิ่งไปเข้าแถวแบบเนียนๆทุกวันจนเพื่อนๆเรียกกันว่า เจ้าหญิงสายเสมอ (สมัยนั้นเค้ามีดาราที่เป็นเจ้าชายสายเสมอ) ส่วนใหญ่เด็กที่บ้านอยู่ในเมืองมักมาสายกว่านักเรียนบ้านไกล
ข้อดีของการเป็นคุณหนูบ้านนอกข้อที่หนึ่งคือ…เธอจะได้เป็นฮีโร่เวลาไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเพราะเธอสามารถขี่มอเตอร์ไซด์พ่วงเพื่อนๆเที่ยวรอบเกาะได้
ว่าไปแล้วเธอยังไม่เคยบอกใครว่า เธอยังสามารถขับรถกระบะเกียร์ธรรมดาพวงมาลัยไม่พาวเวอร์ได้ด้วยเพราะนั่นเป็นรถคันแรกที่พ่อเธอสอนขับรถตอนมัธยม เรื่องแมนๆแบบนี้เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้นเพราะยังไงเธอก็ยังอยากมีมาดคุณหนูรักสบายอยู่
ความตั้งใจของการพักร้อนครั้งนี้ คือ Inner refreshment
วันแรกของมะม่วงจึงตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อรับพลังแสงอาทิตย์ และตั้งใจจะไม่ทำอะไร…
แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้วว่า….พักร้อนนี้จะเป็นพักร้อนย้อนเวลาหาตัวตนครึ่งหนึ่งของเธอ “คุณหนูบ้านนอก” ช่วงเวลาครึ่งชีวิตที่แสนสนุกและสบายๆ
คุณหนูบ้านนอก Vol.1
Every child has one’s own identity.

เฮ้ย นี่มัน 20th Century Boys นี่นา! มะม่วงมองภาพสมัยเด็กที่เธอค้นเจอในตู้อัลบั้มรูปเก่าๆ ตัวเธอกับพี่ๆน้องๆผู้ชาย ภาพนี้ทำให้เธอนึกถึงยูคิจิและเดอะแก็งค์ในเรื่อง 20th Century Boys หนังญี่ปุ่นที่บังเอิญได้ไปดูจนทำให้เธอต้องไปขอยืมการ์ตูนของรุ่นพี่มาอ่านภาคต่อ

ความทรงจำวัยเด็กที่เล็กลงไปอีกได้กลับมาอีก…นึกไปขำไป
ขำตรงที่ตัวตนของเธอชัดเจนตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ท่าโพสต์ที่บ่งบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้าร่วมแก็งค์ซุปเปอร์ฮีโร่นี้เลยซักนิดแต่ตกกระไดพลอยโจนเพราะญาติพี่น้องผู้ชายเยอะ…นั่นดาบโมโมรึเปล่านะ? ไม่ใช่นี่นาดาบโมโมต้องเป็นไม้ที่พวกเราจินตนาการไปเองว่าเป็นเหล็กไหล แล้วเอาไปเผาจนดำทำซะเหมือนเหล็กไหลจริงๆ พี่ชายเธอนั่นแหละหัวหน้าแก็งค์ที่สร้างดาบประกาศิตนี้ขึ้นมา จำไม่ได้ว่าพวกเราได้เอาดาบโมโมไปฝังไว้ที่ไหนเหมือนในหนังเรื่องนี้รึเปล่า…ดูน้องชายคนเล็กนั่นสิ ชูห้านิ้วทำไม?? น้องคนเล็กนี้เป็นคนอินดี้ตั้งแต่เด็กและเป็นเจ้าของบทสะกดจิตที่เราใช้กัน ”อะบะเร่ออะบะร่า เนอนิช เชอฮิส เชอเฮส เฮอริมาส” บทนี้น้องแต่งขึ้นไว้ใช้สะกดจิตลบความเจ็บปวดหลังจากต่อสู้กันจนบาดเจ็บ
ตลกดีที่ได้เห็นตัวเองวันนี้ในตอนเด็ก..มะม่วงคิดและยิ้ม
นี่แหละที่เรียกว่าเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทุกๆคนก็มีกันไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะชอบแบบที่ตัวเองเป็นหรือไม่ หรือจะพัฒนาเปลี่ยนแปลงกันไปแบบไหนก็ว่ากันไป
แต่สำหรับเธอ…มีพี่สาวคนนึงพูดไว้ได้ใจว่า ผู้หญิงจะสวยที่สุดตอนที่หาตัวเองเจอ…
วันนี้เธอเชื่อว่า เมื่อเจอตัวเอง แล้วรักตัวเอง แล้วผู้ชายที่จะรักตัวเธอจะตามมา…
Vol.2 to be continued…