วันที่ท้องฟ้าเป็นสีแดง

April 10, 2009 by pastelbird

วันนี้ร้อน ท้องฟ้าเป็นสีแดง และมีฝนตก ฉันรู้สึกเศร้าและงุนงนกับผู้คนที่เป็นพี่น้องชาติเดียวกัน หนึ่งคำที่ติดใจและติดอยู่ในหัวตลอดเวลาคือคำว่า “ประชาธิปไตย” เพราะใครๆก็เรียกร้องและอ้างว่าทำเพื่อสิ่งๆนี้..พูดจริงๆฉันเองก็ไม่มั่นใจหรอกว่าเข้าใจมันอย่างแท้จริง..

ก้าวแรกที่ฉันมีโอกาสได้เข้าไปเรียนใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งแรกที่ได้กราบพระรูป ประโยคที่สลักไว้ที่ด้านหน้าที่จดไว้ในใจฉันทุกวันนี้คือ…

artsmen-dot-net_ans9088_983983

“เจ้านายราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นไป ตลอดจนราษฎรที่ต่ำที่สุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียนเสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่ เพราะฉะนั้น จึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้ จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันอุตส่าห์จัดขึ้นให้เจริญจงได้”

ในวันนั้นจำได้ว่า ฉันรู้สึกภูมิใจเป็นที่สุดที่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และคิดตลอดมาว่า โชคดีแค่ไหนที่ฉันได้เกิดเป็นคนไทย โชคดีแค่ไหนที่บรรพบุรุษฉันโล้สำเภามาที่ประเทศนี้ ประเทศที่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีเชื้อชาติไทยเลยได้มาทำมาหากิน มีสิทธิครอบครองที่ดินทำกิน และได้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัย…วันนั้นฉันได้รู้ว่าโอกาสที่เท่าเทียมทางการศึกษานี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราตั้งแต่ก่อนจะมีระบอบประชาธิปไตยในประเทศนี้เสียด้วยซ้ำ.. ถ้าเราฉลาดและขยันกว่าเราจะได้มีโอกาสที่ดีกว่าและนี่แหละคืออิสระและพื้นฐานของความเข้มแข็งในการพึ่งตนเองของคนไทย

การเรียกร้องสิ่งหรือคนที่ตนเคยยึดเกาะกลับมา นั่นแสดงให้เราเห็นหรือเปล่าว่า…นี่คือความอ่อนแอของการพึ่งตนเองไม่ได้…

คนที่ให้เงินอาจให้ความสบายและความสุขของปากท้อง แต่คนที่ให้ความรู้ หลักการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและมีความสุข คนที่ชี้หลักคุณธรรมให้เรายึดเหนี่ยว…แม้เขาไม่ได้ทำให้เรามีกินอิ่มท้องในทันทีวันต่อวัน แต่เขาตั้งใจที่จะทำให้เราได้รู้วิธีที่จะทำอย่างไรให้มีกินมีความสุขไปตลอดชีวิต…

Friendship, Love, or A lot like Love

February 28, 2009 by pastelbird

บางครั้งคนเราก็แยกไม่ออกและเลือกไม่ถูกเหมือนกันระหว่าง…

lovemeifyoudarepubg Friendship….

                                                                                            lovemeifyoudare01 … Love

22love_390 หรือ.. A lot like Love

i underground

February 28, 2009 by pastelbird

ฉันเดินอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน…กรุงเทพมหานคร…บ่อยครั้งที่ทำให้ฉันนึกถึงสิงคโปร์…ดูไฮเทคแต่ไม่มีอารมณ์ และคิดเสียดาย(ไปเอง)อยู่ตลอดว่า…เสียดายที่ไม่มีรสชาติและรายละเอียดแบบไทยๆอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินนี้เลย…

undergrounds

นึกถึงบรรยากาศที่เดินอยู่ใน LONDON UNDERGROUND…และบางประเทศในยุโรป…เก่าแต่มีรายละเอียด มีชีวิตและอารมณ์ สะท้อนลักษณะของประเทศและคน(ของเขา)

tubeo11     ศิลปะ สีสัน ดนตรี และ ผู้คน

platformartart-tube

art-in-underground1

Platform for Art…Art on the Underground: นี่คือทิศทางและแผนการของการสร้าง image และ identity ของเขา…ทุกวันนี้ฉันยังสงสัยว่าหน่วยงานไหนเหรอที่ริเริ่มทำ

เพิ่งเจอเว็บไซต์นึงที่ผู้คนเข้ามาโพสต์รูปและเรื่องราวที่เกี่ยวกับ London underground ของพวกเขา…เห็นถึงความคลั่ง ความผูกพันธ์ ความภูมิใจ และเรื่องราวทั่วๆไปในชีวิตของพวกเขากับรถไฟใต้ดิน…

ฉันเชื่อเสมอว่า…เราเองก็มีแบบนี้ได้…เพราะรสชาติความเป็นไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว รสจัด หลายหลากอารมณ์ มีเอกลักษณ์ที่เห็นและสัมผัสจะรู้ได้ว่านี่แหละไทย…คงจะดีถ้าสิ่งเหล่านี้ได้ถ่ายทอดออกมาใน public transportation อันทันสมัยนี้บ้าง…มันอาจไม่ใช่ต้องใช้เงินมหาศาลในการสร้างสิ่งใหม่แต่ไร้ภาพ…แต่เป็นการเซ็ตทิศทางและแนวทางที่จะสะท้อนของตัวตนของเราให้ชัดเจนและสร้างสรรค์มากกว่า..

Magic of ทะเลใจ

February 13, 2009 by pastelbird

ได้ฟังกี่ครั้งนับไม่ถ้วนแต่อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนเด็กๆเราเคยฟังเพลงนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ งง รู้แต่ว่าผู้ใหญ่เขาชื่นชมกัน เป็นเพลงให้กำลังใจที่ลึกซึ้ง…จนกระทั่ง ได้ฟังวันนี้อย่างตั้งใจ ฉันกลับเข้าใจความหมายที่แท้จริงในทุกๆคำ

ฉันได้เห็น magic ของเพลงนี้…ทะเลใจ   magic ของเพลงที่มีไว้ให้คนที่ผ่านประสบการณ์มาประมาณหนึ่ง คนที่ได้เคยสัมผัสว่าความฝันกับความจริงอาจไม่เจอกัน คนที่เคยพบความสับสนของตัวกับใจ… และไม่สงสัยว่าทำไมตอนเด็กถึงไม่เคยเข้าถึงเพลงนี้เลย

ขอยกย่องพี่แอ๊ด นี่ถือเป็น My Best Copy Writer คนนึงได้เลย

img_37451

เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน

เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

มุมมองต่างกัน..ของฉันกับเธอ

February 7, 2009 by pastelbird

b777093feb66fc659451f6711222fea4

ไหนลองวาดรูปนกกระดาษตัวนี้ดูซิ…แบบแค่สเก็ตซ์ๆก็ได้นะ

พี่ที่นำกิจกรรมนี้สั่งให้ฉันและเพื่อนอีกสามคนวาดรูปนกกระดาษที่วางอยู่กลางวงที่เรานั่ง…

วาดเสร็จ…พี่เขาเอารูปทั้งสี่วางเรียงกัน…คุณรู้มั้ยว่ารูปนกที่อยู่ตรงหน้าไม่เหมือนกันเลยสักรูป !

แน่นอนแหละว่าฝีมือลายเส้นแต่ละคนก้อไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา แต่ที่ว่าไม่เหมือนนั้นคือมุมที่ต่างๆกันของนกตัวเดียว

เห็นมั้ย…เนี่ยก็เหมือนกับการที่เรามองสิ่งของบางสิ่งแค่เพียงมุมเดียวเราก็คิดว่าเป็นมุมมองของเราที่สวยงาม แต่หากเราเปิดใจให้กว้างอีกนิดเราอาจได้เห็นมุมมองใหม่ๆกับสิ่งเดียวกันที่แตกต่างและน่าประทับใจ เหมือนเวลาเราร่วมแชร์ความคิดเห็นวิจารณ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหาไอเดียอะไรใหม่ๆ เราต้องเปิดใจและไม่ให้อีโก้ของตัวเองมาบดบังมุมใหม่ๆที่น่าสนใจอีกมากมาย…แก่นสารของกิจกรรมวาดรูปนกกระดาษนี้อยู่ตรงนี้นี่เอง…มองต่างมุม..มุมของฉัน มุมของเธอ และมุมของเขา

การดูหนัง ฟังเพลง ดูคอนเสิร์ต ละครเวที อ่านหนังสือ เที่ยวเล่นหรือทำกิจกรรมอะไร ถ้าทำคนเดียวเราก็จะเก็บมุมมองของเราคนเดียวกลับบ้านไป…แต่ถ้าได้มีใครอีกคนไปด้วย…อีกมุมมองหนึ่งจะเพิ่มขึ้นมา อาจจะขัดแย้งหรือใจตรงกัน แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ของการแชร์ความรู้สึก ณ ช่วงเวลา…

before20sunset

เคยรู้สึกดีบ้างไหม…หรือมีใครบ้างไหม ที่คุณคิดว่าเขาคือคนที่คุณชอบที่จะแชร์ความรู้สึกหรือวิจารณ์สิ่งต่างๆร่วมกับเขา bounce กันไปมาโดยที่คุณก็ไม่ได้รู้สึกว่าความคิดตัวเองด้อยอะไร และไม่ได้รู้สึกแย่ที่จะบอกอย่างชื่นชมว่ามุมมองความคิดของเขาเจ๋งกว่า..ไม่ผิด ไม่ถูก ไม่ทะเลาะ เพราะมันเป็นเพียงแค่..มุมมองต่างกัน…ของฉันกับเธอ

kokeshi-original

คุณหนูบ้านนอก Vol. 2

February 5, 2009 by pastelbird

ตอน คุณหนูอัลเตอร์

โอย ปีนี้ไม่ได้อั่งเปาซักกะซอง…มะม่วงนั่งเซ็งๆอยู่ที่บ้าน…จะไปได้จากใครล่ะ…อายุเท่านี้มีแต่ต้องให้เขาแล้ว ยังมีน่าจะมาหวังซองแดงๆกะเขาอีก…รำพึงรำพัน

ว่าแล้วมะม่วงก็หยิบเอาเงินใส่ซองแล้วขับรถออกไปให้หลานตัวเล็ก…หนูยังไม่รู้เรื่องหรอกว่ามันคืออะไรแต่อีกสองสามปีหนูจะต้องตื่นเต้นกับซองแดงๆนี้แน่ๆ…ตอนเด็กๆ ช่วงประถม ทุกๆปี เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลังได้อั่งเปา มะม่วงกับน้องเดินไปร้านกิ๊ฟชอพในตลาด ต่างคนต่างซื้อของขวัญให้ตัวเองหนึ่งชิ้น..และยังจำได้ทุกวันนี้…ว่าสิ่งที่ซื้อบ่อยที่สุด คือ กล่องดนตรี… จำไม่ได้ว่าได้รับอิทธิพลจากสื่อในช่วงนั้นรึป่าวหรือว่ามีดนตรีในหัวใจแต่กำเนิด…

โตขึ้นมาอีกนิด เธอมีอัลบั้มเป็นของตนเอง โดยเธอเแต่งเพลงแล้วให้น้องร้อง อัดลงเทปคลาสเซ็ต ทุกเพลงมีแต่เสียงร้องไม่มีดนตรี เพราะเล่นดนตรีไม่เป็น…ที่ภาคภูมิใจและจำได้ลางๆ…อัลบั้มเพลงของเธอมีปกเทปด้วย เลียนแบบการจัดเลย์เอ้าท์เหมือนของจริงเปี๊ยบ…รุ้สึกว่าจะใช้สีไม้ระบายและมีการฉีกกระดาษทำคอลลาจนิดหน่อย…จำชื่อวงไม่ได้…นึกในใจ..ทำไมแม่ไม่เก็บไว้นะ…

ช่วงมัธยม มะม่วงได้รับอิทธิพลเพลงร็อคขั้นเฮฟวี่เมทัลจากวิทยุของพี่ชายที่เปิดเร้าทุกวัน คงเป็นช่วงที่พี่แกฮอร์โมนวัยรุ่นพลุ่งพล่าน เห็นว่าเป็นนักร้องนำวงร็อคของโรงเรียน…พี่ขา..ไอดอลของหนู…

และแล้วก็ถึงวันที่มี…พี่ป๊อดดดด…

ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด…บรรจงร้อยเป็นมาลัย…ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม…

md1 (ซึ่งจริงๆต้องเป็นเทปนะ)

วงอะไรนะที่มันทำผมแปลกๆที่จะมาเล่นคอนเสิร์ตที่นี่น่ะ…อาเจ็กของมะม่วงที่มีร้านเสื้อผ้าในตลาดถามขึ้นมา

อ๋อ วงโมเดิร์นด็อก ทำไมเหรอเจ็ก…เออๆนั่นแหละ เมื่อกี๊มันมาซื้อเสื้อยืดเด็กที่ร้าน มันบอกจะเอาไปใส่เล่นคอนเสิร์ตคืนนี้

จริงเหรอ…ว๊า…อดเจอพี่ป๊อดเลย…

นึกแล้วก็ยิ้มเล็กๆที่มุมปาก เรื่องนี้อาจมีฉันรู้คนเดียว…

ไม่กี่ปีมานี้มะม่วงได้มีโอกาสเจอพี่ป๊อดด้วยหน้าที่การงานเอื้อประโยชน์…พี่คะหนูเป็นแฟนเพลงพี่มาตั้งแต่ชุดแรกเลยนะพี่…พี่เขายิ้มแล้วตอบว่า….ตอนนั้นน้องคงใส่คอซองอยุ่ล่ะสิ…

alter012

มะม่วง..คุณหนูอัลเตอร์ตัวจริงเสียงจริง…อัลเตอร์มาก่อนคำว่าอินดี้ มาจากคำว่าอัลเทอร์เนทีฟหรือทางเลือกใหม่ๆ ไม่แปลกว่าทำไมมะม่วงถึงไม่ถนัดเต้นฮิพฮอพ เพราะเธอเติบโตมากับยุคอัลเทอร์เนทีฟ และการกระโดดซะมากกว่า

มีวงอีกมากมายที่ไม่ได้อยู่วันนี้แต่ยังดีที่ได้มีให้ฟังอยู่บ้าง ล่าสุด เพลงโปรดจากอีกหนึ่งวงโปรดก็ได้กลับมาอีกครั้ง…เธอคือความฝัน… มะม่วงนึกในใจ..เด็กสมัยนี้คงไม่รุ้จักวงพราว…PROUD

59704297mg41

การเติบโตในยุคต่างๆก็คงมีเรื่องราวและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่น่าประทับใจทุกครั้งคือเวลาที่เจอคนรุ่นๆเดียวกันแล้วเสพดนตรียุคนั้นไปด้วยกันพร้อมภาพความทรงจำในหัวที่คงจะคล้ายๆกัน ประสบการณ์ร่วมที่คนรุ่นอื่นหรือรุ่นเดียวกันแต่คนละรสนิยมอาจไม่เข้าใจ

พอนึกถึงเรื่องนี้…คุณหนูอัลเตอร์อย่างมะม่วงจึงอยากจะไปหาอัลบั้มในความทรงจำเหล่านั้นที่เป็นเทปคลาสเซ็ตมาเก็บเอาไว้..แม้วันนี้จะไม่มีเครื่องจะเล่นแล้วก็ตาม…

ยิ่งโตยิ่งเด็ก

January 13, 2009 by pastelbird

คืนวันศุกร์ที่สองของเดือนมกรา 2552

หนึ่งวันก่อนวันเด็ก ฉันนั่งดูรายการทีวีรายการหนึ่งพูดถึงคำขวัญวันเด็กปีนี้และปีอื่นๆที่ผ่านมาในอดีต

ฉลาดคิด จิตบริสุทธ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี

ผมว่าปีนี้ให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรม และความสามัคคี ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันดี เพราะถ้าดูหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้

อืมจริง…ชั้นว่าคุณคนนี้พูดเข้าท่า…และผมว่าเราไม่ควรให้ความสำคัญกับเด็กแค่วันเดียว ควรมีวันเด็กตลอดทั้งปี…อันนี้ชั้นอยากปรบมือให้ น่าโหวตให้แกเป็นใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการจริงๆ

และแล้ว คุณอีกคนร่วมแสดงทัศนะ…ผมว่าคำขวัญนี้มันยากไป คำน่ะยาก เด็กไม่น่าจะเข้าใจนะ อย่างจิตบริสุทธ์ กับจุดประกายฝันเนี่ย เด็กๆไม่เข้าใจหรอกมันลึกเกิน แล้ว ผูกพันรักสามัคคีเนี่ย จะให้เด็กไปสามัคคีกับใครเหรอ…โอย เริ่มไม่เข้าท่าซะแล้วคุณคนนี้ ยิ่งได้ยินพิธีกรเรียกว่าอาจารย์ด้วยแล้ว ฉันยิ่งเศร้าใจ…

ดูไม่จบรายการ เพราะไม่คิดว่าน่าจะได้อะไรถ้าดูต่อไป…

วันเด็กแห่งชาติ 2552

ฉันนั่งนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆว่า ตอนนั้นฉันจะเข้าใจมั้ยไอ้คำที่ผู้ใหญ่คนนี้บอกว่ายากไปลึกไป…ไม่สำคัญ

จำไม่ได้เหมือนกัน…แต่วันนี้ฉันอ่านข่าวเจอเด็กให้สัมภาษณ์ว่า อยากขอให้ผู้ใหญ่ในประเทศเราไม่ทะเลาะกัน และทำความดีเพื่อชาติ

ฉันเริ่มฝันตั้งแต่เมื่อไหร่นะ…จุดประกายแปลว่าอะไร…

ฉันดีใจที่อ่านต่อไปเจอเด็กป.4 บอกว่าอยากให้ประเทศไทยมีสวนสัตว์และสวนสนุกอยู่ด้วยกัน และดีใจที่มีเด็กที่นั่งเก้าอี้นายกแล้วบอกว่าผมจะกลับมานั่งอีกในฐานะนายกรัฐมนตรี…โอ้ว ฝันไปเลยน้อง ฝันน้องถูกจุดประกายแล้ว…

และมีคำพูดและความฝันของเด็กๆอีกมากมายที่ทำให้ฉันยิ้ม…นี่แหละสาระที่ฉันไม่ได้อ่านมานานแล้ว…สาระที่สร้างสรรค์ที่สุดในรอบปีของฉันเลยก็ว่าได้ และน้องๆก็ได้จุดประกายฝันให้ฉันอยากเป็นครู…ครูที่จะเข้าใจว่าฝันของเด็กไม่เพ้อเจ้อ มันยิ่งใหญ่และเป็นจริงได้ ถ้าไม่ถูกสังคมและผู้ใหญ่ที่โตกว่าหักล้างหรือตีกรอบเสียก่อน…ไม่สงสัยว่าทำไมทุกวันนี้โครงการดีๆแปลกๆแต่สร้างสรรค์มันไม่ค่อยถูกทำให้เกิดขึ้นจริง หากต้องผ่านไฟนัลเซย์ของผู้ใหญ่บางคน

และฉันเกิดความคิดเล่นๆว่า ผู้ใหญ่น่าจะเรียนรู้การ ”คิดแบบเด็ก” บ้างก็ดีเหมือนกันนะ ฉันว่าไม่ผิดที่คนเราจะยิ่งโตยิ่งเด็ก เพราะยิ่งเด็กเราจะกล้าที่จะจินตนาการสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นได้มากขึ้น ความกว้างของมุมมองก็จะกว้างขึ้น และกำแพงที่ขวางการเปิดรับก็บางลงด้วย

แล้วสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่เคยเกิด..จะเกิดขึ้น เช่นสวนสัตว์สนุก (สวนสัตว์บวกสวนสนุก) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ประเทศไทย ใครจะรู้ …

romantic

January 7, 2009 by pastelbird

romanric chic

romantic chic

romantic wish

romantic wish

romantic…ฉันว่าสองภาพนี้โรแมนติคดีนะ

วันเกิดฉัน…ปีใหม่ของฉัน

January 4, 2009 by pastelbird

17 ธันวาคม 2007  ฉันได้รับสมุดวาดรูปปกหนังสุดเก๋เป็นของขวัญวันเกิด

ปีใหม่ 2008 ฉันได้รับสมุดบันทึกสีส้มจากพี่สาวที่รัก ปกข้างในเขียนว่า..

.img_32582

กลางปี ฉันซื้อกล้อง cannon G9 ให้ตัวเอง ทันทีที่กลับจากเที่ยวสมุยแล้วอยากได้กล้องดีๆเพื่อทริบต่อไป

2008 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว…สี่งดีๆที่เกิดขึ้น…

ฉันกลับมาวาดรูป(บ้าง)อีกครั้งหลังเลิกเรียนไปหลายปี

ฉันเริ่มจดบันทึก เริ่มเขียน..เขียนความคิดของตัวเอง และให้มันได้ถูกอ่าน รวมถึงเริ่มที่จะเขียนมันไว้ที่นี่ และตอนนี้ฉันก็เริ่มชอบสมุดที่มีเส้นแล้ว

ฉันมีรูปที่เก็บความคิดและมุมมองต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างสวยงาม เก็บช่วงเวลาบางเสี้ยวนาทีที่ไม่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้อีก และได้พบว่าการมีกล้องดีๆสักตัวมันทำให้เราอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก หาอะไรใหม่ๆให้ทุกวันเสมอ

และได้พบว่า…สิ่งที่พิเศษของการเขียนความคิดตัวเองคือการที่มันได้ถูกอ่านและอินสไปร์ความคิดใครบางคน แต่สิ่งที่วิเศษกว่าคือการที่เราได้กลับมาอ่านอีกครั้งแล้วมันอินสไปร์ตัวเราเอง…

2008 เป็นปีที่น่าจดจำและบางส่วนได้ถูกบันทึกไว้รอให้ฉันได้กลับมาอ่านอีกครั้ง…

ปีใหม่นี้คงเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่ง ฉันหวังอย่างนั้น…

วันเกิดที่ผ่านมาฉันได้นกถึง 2 ตัวเป็นของขวัญ (ยังไม่รวมนก origami ที่ได้ทาง facebook) ไม่รู้คนให้คิดอะไร หรืออยากให้ปีใหม่ของฉันเป็นอย่างไร แต่สำหรับฉัน ยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากจะทำ บางเรื่องที่ตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่ กับคนใหม่ๆ…และจะเริ่มลองลงมือทำตั้งแต่วันนี้ด้วยหัวใจที่เบิกบาน

สุขสันต์ปีใหม่ด้วยรัก จาก pastelbird xoxo

คุณหนูบ้านนอก Vol.0-1

December 30, 2008 by pastelbird

 

คุณหนูบ้านนอก  Vol.0

 

เช้าวันจันทร์ ที่ 29 ธ.ค. 2551    เวลา: น่าจะก่อนเคารพธงชาติ

 

เข้า ออก เข้า ออก เข้า ออก เข้า….ออก……..ลืมตา…โอ้ว จ้า!  ทำไมแดดมันจ้าขนาดนี้นะที่นี่

น้องมะม่วงมานั่งทำอะไรตรงนี้ คุณแม่เธอตะโกนถาม นั่งสมาธิค่ะแม่ เติมพลังซะหน่อย

ลงไปกินข้าวได้แล้วลูก เนี่ยไม่กินข้าวเช้าสุขภาพเลยแย่ เห็นมั้ยล่ะ แม่บอกแล้ว อยู่ที่โน่นไม่กินข้าวเช้าเลยล่ะสิท่า กินแต่กาแฟแล้วผิวพรรณมันจะไปดีได้ไง #%^^&*(%”  ตั้งแต่กลับมาบ้าน แม่บ่นเรื่องความทรุดโทรมของเธอไม่หยุด โดยเฉพาะความร่าเริงในแววตาว่าหายไปไหน…

จริงด้วยนะ เราไม่ได้กินข้าวเช้า (ที่เป็นข้าวจริงๆ) มานานแล้วนี่นา……

ความทรงจำวันวาน และวิญญาณของเด็กบ้านนอกของเธอค่อยๆชัดเจนขึ้น ย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนที่เธอจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร….และบางช่วงในมหานครลอนดอน และนิวยอร์ก….

เวลานี้เป็นเวลาที่เธอจะต้องกินข้าวเช้าที่แม่เธอเตรียมไว้ให้ ข้าวและกับข้าวอีก 3 อย่าง ผัก เนื้อสัตว์ และไข่ ตามด้วยโอวัลตินอีกหนึ่งแก้ว เราเป็นคนไทยต้องกินข้าว ข้าวเช้าสำคัญที่สุด!” คำพูดนี้ของแม่ฝังอยู่ในหัว….

 

แปดโมงเช้าวันจันทร์แบบนี้ มะม่วงจะต้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปโรงเรียนใช้เวลาห้านาที ถึงโรงเรียนตอนเพลงชาติขึ้นพอดี รีบวิ่งไปเข้าแถวแบบเนียนๆทุกวันจนเพื่อนๆเรียกกันว่า เจ้าหญิงสายเสมอ (สมัยนั้นเค้ามีดาราที่เป็นเจ้าชายสายเสมอ) ส่วนใหญ่เด็กที่บ้านอยู่ในเมืองมักมาสายกว่านักเรียนบ้านไกล

ข้อดีของการเป็นคุณหนูบ้านนอกข้อที่หนึ่งคือ…เธอจะได้เป็นฮีโร่เวลาไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเพราะเธอสามารถขี่มอเตอร์ไซด์พ่วงเพื่อนๆเที่ยวรอบเกาะได้

ว่าไปแล้วเธอยังไม่เคยบอกใครว่า เธอยังสามารถขับรถกระบะเกียร์ธรรมดาพวงมาลัยไม่พาวเวอร์ได้ด้วยเพราะนั่นเป็นรถคันแรกที่พ่อเธอสอนขับรถตอนมัธยม เรื่องแมนๆแบบนี้เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้นเพราะยังไงเธอก็ยังอยากมีมาดคุณหนูรักสบายอยู่

 

ความตั้งใจของการพักร้อนครั้งนี้ คือ Inner refreshment  

วันแรกของมะม่วงจึงตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อรับพลังแสงอาทิตย์ และตั้งใจจะไม่ทำอะไร…

แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้วว่า….พักร้อนนี้จะเป็นพักร้อนย้อนเวลาหาตัวตนครึ่งหนึ่งของเธอ คุณหนูบ้านนอก ช่วงเวลาครึ่งชีวิตที่แสนสนุกและสบายๆ

คุณหนูบ้านนอก Vol.1

Every child has one’s own identity.

 

 

supergang1

 

เฮ้ย นี่มัน 20th Century Boys นี่นา! มะม่วงมองภาพสมัยเด็กที่เธอค้นเจอในตู้อัลบั้มรูปเก่าๆ ตัวเธอกับพี่ๆน้องๆผู้ชาย ภาพนี้ทำให้เธอนึกถึงยูคิจิและเดอะแก็งค์ในเรื่อง 20th Century Boys หนังญี่ปุ่นที่บังเอิญได้ไปดูจนทำให้เธอต้องไปขอยืมการ์ตูนของรุ่นพี่มาอ่านภาคต่อ

gallery_161

ความทรงจำวัยเด็กที่เล็กลงไปอีกได้กลับมาอีก…นึกไปขำไป

ขำตรงที่ตัวตนของเธอชัดเจนตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ท่าโพสต์ที่บ่งบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้าร่วมแก็งค์ซุปเปอร์ฮีโร่นี้เลยซักนิดแต่ตกกระไดพลอยโจนเพราะญาติพี่น้องผู้ชายเยอะ…นั่นดาบโมโมรึเปล่านะ? ไม่ใช่นี่นาดาบโมโมต้องเป็นไม้ที่พวกเราจินตนาการไปเองว่าเป็นเหล็กไหล แล้วเอาไปเผาจนดำทำซะเหมือนเหล็กไหลจริงๆ พี่ชายเธอนั่นแหละหัวหน้าแก็งค์ที่สร้างดาบประกาศิตนี้ขึ้นมา จำไม่ได้ว่าพวกเราได้เอาดาบโมโมไปฝังไว้ที่ไหนเหมือนในหนังเรื่องนี้รึเปล่า…ดูน้องชายคนเล็กนั่นสิ ชูห้านิ้วทำไม?? น้องคนเล็กนี้เป็นคนอินดี้ตั้งแต่เด็กและเป็นเจ้าของบทสะกดจิตที่เราใช้กัน อะบะเร่ออะบะร่า เนอนิช เชอฮิส เชอเฮส เฮอริมาส บทนี้น้องแต่งขึ้นไว้ใช้สะกดจิตลบความเจ็บปวดหลังจากต่อสู้กันจนบาดเจ็บ

ตลกดีที่ได้เห็นตัวเองวันนี้ในตอนเด็ก..มะม่วงคิดและยิ้ม

นี่แหละที่เรียกว่าเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทุกๆคนก็มีกันไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะชอบแบบที่ตัวเองเป็นหรือไม่ หรือจะพัฒนาเปลี่ยนแปลงกันไปแบบไหนก็ว่ากันไป

แต่สำหรับเธอ…มีพี่สาวคนนึงพูดไว้ได้ใจว่า ผู้หญิงจะสวยที่สุดตอนที่หาตัวเองเจอ…

วันนี้เธอเชื่อว่า เมื่อเจอตัวเอง แล้วรักตัวเอง แล้วผู้ชายที่จะรักตัวเธอจะตามมา…

 

Vol.2 to be continued